บ่อยครั้งที่เราจะมักจะเห็นคนอื่นสวดมนต์เป็นที่พึ่งทางใจในวันที่ชีวิตมีความไม่แน่นอน “สำหรับผู้เขียนการสวดมนต์ไม่เพียงแต่เป็นความเชื่อหากแต่ยังเป็นการเสริมสร้างสติ สมาธิ และปัญญา สร้างกำลังใจให้แข็งแกร่งอีกด้วยครับ” บทความนี้จะพาทุกคนมาเจาะลึก 4 บทสวดมนต์ แคล้วคลาด ป้องกันอันตราย เสริมความอบอุ่นใจ ให้แก่ผู้สวดบูชาอีกด้วยครับ

บทสวดมนต์ช่วยเรื่องแคล้วคลาดได้อย่างไร
แต่เดิมในอดีต เชื่อกันว่า การสวดมนต์จะช่วยให้จิตใจสงบ นำมาสู่ความร่มเย็นได้ หากในบางครั้งการสวดมนต์สามารถที่จะช่วยลดความหวาดกลัว เพิ่มพูนสติสมาธิปัญญาให้กับผู้สวดบูชาอีกด้วย ว่ากันว่าบางวิชาคาถาอาคมโบราณนั้นมีความเชื่อต่อกันมาว่าการสวดมนต์เป็นการสวดอักขระที่มีผลต่อการแคล้วคลาดภยันตรายได้นั่นเองครับ
“นั่นก็เพราะว่า เมื่อพลังใจของเราเข้มแข็ง กำลังใจดี จะทำให้สิ่งร้าย ๆ หรืออันตรายทั้งหลายมิอาจกล้ำกลายได้ และอีกนัยหนึ่งในการสวดมนต์บูชา เชื่อกันว่าจะช่วยให้ มีสติมีปัญญาเฉลียวฉลาด เมื่อเกิดสภาวะปัญหา หรือ อันตราย ซึ่งจะช่วยให้เรารอดพ้นได้อีกด้วยครับ”
ก่อนสวดมนต์ควรเตรียมตัวอย่างไร
ขั้นแรกในการสวดมนต์ ผู้เขียนแนะนำให้เตรียมใจให้สงบ นิ่ง เพื่อสร้างกำลังใจให้แข็งแกร่ง แนะนำว่าให้สวดบูชาตอนเช้า หรือตอนไหนก็ได้ที่เราสะดวกที่สุด อาทิเช่น ตอนก่อนเข้านอนนั่นเองครับ “ทั้งนี้ในการสวดมนต์จะสามารถสวดได้ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการสวดที่บ้าน สวดที่วัด หรือสวดในพระอุโบสถ อีกด้วยครับ”
4 บทสวดมนต์แคล้วคลาด ป้องกันอันตราย

บทที่ 1 บทสวดมนต์พาหุงมหากา
พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
มาราติเร กะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกาวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
และคำแปลบทสวดมนต์พาหุงมหากา ซึ่งเป็นบทสวดมนต์ที่เชื่อกันว่าจะช่วยให้ชำนะศัตรู แต่เดิมในอดีตบทสวดพาหุงมหากานี้ยังเคยได้รับการสวดจากพระนเรศวรมหาราช มหาราชาผู้ยิ่งใหญ่ ที่กอบกู้กรุงศรีอโยธยาอีกด้วยครับ ผู้เขียนจะพาทุกคนมาดูคำแปลจากภาษาบาลีกันครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (สามครั้ง)
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆเจ้าเป็นสะระณะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ทรงแจกจ่ายธรรม เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ดีโดยชอบด้วยพระองค์เอง ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชา และ จรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เสด็จไปดี (คือไปที่ใดก็ยังประโยชน์ให้ที่นั้น) ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นสารถีฝึกคนที่ควรฝึก หาผู้อื่นเปรียบมิได้ ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ตื่น ทรงเป็นผู้แจกจ่ายธรรม
พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว อันผู้ปฏิบัติเห็นชอบได้ด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาลเวลา ควรเรียกมาดูได้ ควรนอบน้อมเข้าไปหา อันผู้รู้พึงรู้ได้ด้วยตนเอง
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติตรง พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติชอบ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคนั้น จัดเป็นบุรุษสี่คู่ เป็นบุคคลแปด เป็นผู้ควรบูชา เป็นผู้ควรรับทิกษิณา เป็นผู้ควรกราบไหว้ เป็นเนื้อนาบุญของโลก หาสิ่งอื่นเปรียบมิได้
สมเด็จพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นจอมของนักปราชญ์ ทรงชนะพญามารพร้อมด้วยเสนา ซึ่งเนรมิตแขนได้ตั้งพัน มีมือถืออาวุธครบทั้งพันมือ ขี่ช้างคิรีเมขล์ ส่งเสียงสนั่นน่ากลัว ทรงชนะด้วยธรรมวิธีมีทานบารมี เป็นต้น และด้วยเดชะของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะอาฬวกยักษ์ผู้โหดร้ายบ้าคลั่ง น่าสพึงกลัว ซึ่งต่อสู้กับพระองค์ ตลอดทั้งคืนรุนแรงยิ่งกว่าพญามาร จนละพยศร้ายได้สิ้น ด้วยขันติธรรมวิธีอันพระองค์ได้ฝึกไว้ดีแล้ว และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญาช้าง ชื่อ นาฬาคิรี ซึ่งกำลังตกมันจัด ทารุณโหดร้ายยิ่งนัก ดุจไฟป่าจักราวุธและสายฟ้า ด้วยพระเมตตาธรรม และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะมหาโจร ชื่อ องคุลีมาล ในมือถือดาบเงื้อง่าโหดร้ายทารุณยิ่ง วิ่งไล่ตามพระองค์ห่างออกไปเรื่อย ๆ เป็นระยะทางถึง ๓ โยชน์ ด้วยทรงบันดาลมโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะคำกล่าวใส่ร้ายท่ามกลางชุมชน ของนางจิญจมาณวิกา ผู้ผูกท่อนไม้ซ่อนไว้ที่ท้องแสร้งทำเป็นหญิงมีครรภ์ ด้วยความจริง ด้วยความสงบเยือกเย็นด้วยวิธีสมาธิอันงาม และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะสัจจกนิครนถ์ ผู้เชิดชูลัทธิของตนว่าจริงแท้อย่างเลิศลอย ราวกับชูธงขึ้นฟ้า ผู้มุ่งโต้วาทะกับพระองค์ ด้วยพระปัญญาอันเป็นเลิศดุจประทีปอันโชติช่วง ด้วยเทศนาญาณวิถี และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพญานาคชื่อนันโทปนันทะ ผู้หลงผิดและมีฤทธิ์มาก ด้วยทรงแนะนำวิธี และ อิทธิฤทธิ์แก่พระโมคคัลลานะ พระเถระภุชงค์ พุทธบุตร ให้ไปปราบจนเชื่อง และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระจอมมุนีทรงชนะพรหม ชื่อ ท้าวพูกะ ผู้รัดรึงทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดไว้แนบแน่น โดยสำคัญผิดว่าตนบริสุทธิ์มีฤทธิ์รุ่งโรจน์ด้วยวิธีวางยาอันวิเศษ คือ เทศนาญาณ และด้วยเดชของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
แม้นรชนใดไม่เกียจคร้าน สวดก็ดี ระลึกก็ดี ซึ่งพุทธชัยมงคลคาถา ๘ บทนี้ ทุกวัน ย่อมเป็นเหตุให้พ้นอุปัทวอันตรายทั้งปวง นรชนผู้มีปัญญาย่อมถึงซึ่งความสุขสูงสุดแล สิวโมกข์นฤพานอันเป็นเอกันตบรมสุข
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า
ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่องานปีใหม่กับความเชื่อ พร้อมวิธีจัดงานปีใหม่
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ
ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ
ในการสวดมนต์บทพาหุงมหากาเหมาะสำหรับผู้สวดบูชาทุกคนและยังได้ทุกเพศ ทุกวัย อีกด้วยครับ และสามารถสวดได้ในทุกโอกาสโดยแนะนำให้สวดต่อท้ายจากบทสวดมนต์พระคาถาอิติปิโส อีกด้วยครับ
บทที่ 2 บทชินบัญชร
“ความหมายของบทสวดพระคาถาชินบัญชรนั้น หมายถึง อัญเชิญพระอรหันต์ซึ่งเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมไปถึงพระเถระ พระเถรี อีกด้วยครับ” รวมถึงหลักธรรมอย่าง พระปริตร อันได้แก่อังคุลมาลสูตร อาฎานาฎิยะปริตร เป็นต้น ให้มาสถิตในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งนับได้ว่าช่วยเกิดสิริมงคลสูงสุดแก่ตัวผู้สวดบูชาพระคาถาชินบัญชรนั่นเองครับ ทั้งนี้ พระคาถาชินบัญชรถือกำเนิดขึ้นมาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ซึ่งท่านได้รจนาไว้ขึ้นเป็นบทสวดมนต์บูชานั่นเองครับ
บทสวดพระคาถาชินบัญชร
แนะนำให้สวดบูชาสมเด็จโต พรหมรังสี ก่อนกล่าว บทสวด ดังต่อไปนี้
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเกเต มุนิสสะรา.
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก.
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.
เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร.
ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.
เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ
บทที่ 3 บทอิติปิโส (108 จบ / แบบย่อ)
อีกบทสวดมนต์หนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั้นเป็น บทสวดมนต์ อิติปิโส 108 จบ “ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้สวดบทอิติปิโสไปข้างหน้า และห้ามสวดถอยหลังเด็ดขาด หรือจะสามารถใช้บทสวดมนต์อิติปิโสย่อ ก็ได้เช่นกันครับ”
ทั้งนี้ในการสวดพระคาถา บทสวดมนต์อิติปิโส เป็นการสรรเสริญคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช่วยให้ผู้สวดบูชามีจิตใจเป็นสุขสงบ ร่มเย็น ผู้เขียนแนะนำให้สวดมนต์บทสวดอิติปิโสจะสวดได้ในจำนวน 108 จบ ส่วนอิติปิโสเท่าอายุก็ได้เช่นกันครับ
บทสวดมนต์อิติปิโส มีดังต่อไปนี้
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุขโต โลกะวิทู
อนุตตะโร ปุริสสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ
บทที่ 4 บทแผ่เมตตา
สำหรับการสวดแผ่เมตตานั้น เมื่อเราสวดบทสวดมนต์ทั้งหมดเสร็จแล้ว ผู้เขียนแนะนำให้แผ่เมตตา โดยมีบทแผ่เมตตา ดังนี้
สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ นิททุกขา อะเวรา อัพยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
“ซึ่งการสวดแผ่เมตตานั้น เรายังสามารถแผ่ได้ทางเมตตาใหญ่ หรือ กรณีเมตตายสูตร หรือจะแผ่เมตตา และอย่าลืมแผ่เมตตาให้กับตัวเองด้วยนะครับ”
ควรสวดบทไหนบ่อยที่สุด
“ในการสวดมนต์พระคาถาต่างๆ นั้น ผู้เขียนแนะนำว่าควรสวดอย่างสม่ำเสมอ และคนโสดเป็นประจำการสวดอย่างสม่ำเสมอและเป็นกิจวัตรประจำวันนั้น มีความสลักสำคัญ มากกว่าจำนวนบทที่มีปริมาณมากอีกด้วยครับ” ทั้งนี้ผู้สวดบูชาไม่จำเป็นต้องสวดครบทุกบทในทุกวันผู้เขียน แนะนำว่าให้เลือกบทสวดที่เหมาะกับจริตที่เราชอบ และสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ได้เกิดขึ้นแล้วนั่นเองครับ
ข้อควรเข้าใจเกี่ยวกับบทสวดแคล้วคลาด
แน่นอนครับว่า บทสวดมนต์พระคาถาต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เครื่องราง หากแต่เป็นเครื่องเตือนใจ เตือนสติ เมื่อให้เราไม่เกิดความประมาทในการดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วยครับ ทั้งนี้การสวดมนต์บทบูชาพระคาถาต่างๆ ผู้เขียนแนะนำให้สวดมนต์และเจริญกรรมฐาน ควบคู่กันไปด้วยครับอันจะทำให้เกิดความสงบในจิตใจ และมีสติสัมปชัญญะ ในการดำรงชีวิตประจำวันอีกด้วยครับ
บทสวดมนต์คือที่พึ่งทางใจในวันที่ไม่แน่นอน
“หัวใจหลักสำคัญของการสวดมนต์บูชานั้น “นอกจากจะก่อให้เกิดความสุขสงบแล้วยังนำมาซึ่งสติ สมาธิและพลังใจที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์หรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเราได้อีกด้วยครับ” ทั้งนี้ผู้เขียนแนะนำให้สวดมนต์บทบูชาพระคาถาต่างๆทุกวันเป็นประจำ แนะนำให้แผ่เมตตาแก่เหล่าสรรพสัตว์ รวมถึงตนเอง เพื่อให้เกิดความสุขสงบร่มเย็นในชีวิตของตัวผู้สวดบูชาอีกด้วยครับ







