ตามคติความเชื่อแต่โบราณ กล่าวกันว่า ผู้ศรัทธาบูชา กุมารทอง มักเชื่อกันว่า กุมารทองเป็นวิญญาณเด็กสิงอยู่ในหุ่นปั้นกระเบื้อง ลักษณะคล้ายมนุษย์ ซึ่งหากหมดวาระกรรมที่มีต่อกันก็จะได้รับส่วนบุญที่จะทำให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นไปเกิดใหม่ครับ
อย่างไรก็ดี ทั้งนี้ไม่มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือหลักเกณฑ์ทางพระพุทธศาสนาใดระบุได้ว่า วัตถุมงคลชนิดนี้ได้ไปเกิดแล้ว บทความนี้จะพาทุกคนมาดู วิธีเลี้ยงกุมารทอง ตั้งแต่จุดกำเนิดไปจนถึงวิธีการคืนกุมารอีกด้วยครับ ตามมาดูกันเลยครับ
- กุมารทองคืออะไร เกิดจากอะไร และมีกี่ประเภท
- ตำนานกำเนิดกุมารทองจากขุนแผนและนางบัวคลี่
- กุมารทองเป็นผีหรือเทพ มีภพภูมิเป็นอะไรตามคติพุทธ
- 5 สัญญาณที่เชื่อว่ากุมารทองไปเกิดแล้ว
- ถ้ากุมารทองไปเกิดแล้ว หรือไม่ต้องการเลี้ยงต่อ ควรทำอย่างไร
- คาถาบูชากุมารทองและวิธีเลี้ยงที่ถูกต้อง
- ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเลี้ยงกุมารทอง
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกุมารทอง
- สรุป กุมารทองไปเกิดแล้วหรือไม่ ไม่มีใครยืนยันได้ แต่ยุติการบูชาอย่างสงบได้
กุมารทองคืออะไร เกิดจากอะไร และมีกี่ประเภท
กุมารทอง หมายความถึง เครื่องรางของขลังด้านความเชื่อทางไสยศาสตร์ ทั้งยังเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทยที่มีความเชื่อมโยงกันกับวิญญาณเด็ก ที่อยู่ในรูปลักษณ์วัตถุมงคลเด็กชายหญิง
โดยผู้บูชาตามความเชื่อดังกล่าว จะเชื่อกันว่าสามารถคุ้มครอง ป้องภัย เตือนเหตุ เภทภัย และเฝ้าบ้าน ทั้งยังสนับสนุนเรื่องค้าขายได้อีกด้วย
อ้างอิง: ข้อมูลกุมารทอง จาก Wikipedia
กุมารทองเกิดจากอะไรตามความเชื่อดั้งเดิม
ตามตำรา และเรื่องเล่าความเชื่อโบราณบางสายระบุว่า กุมารทองเป็นวิญญาณเด็กที่เสียชีวิตก่อนคลอดครับ ซึ่งในปัจจุบันความเชื่อนี้มีวิวัฒนาการการจัดสร้างรูปแบบใหม่ๆออกมา เช่น สร้างจากดิน สร้างจากไม้ สร้างจากโลหะ หรือเรซิ่นไปจนถึง หุ่นกระเบื้องนั่นเองครับ
กุมารทองมีกี่ประเภท
สำหรับตามสายความเชื่อนี้แต่โบราณ สามารถแบ่งตามความเชื่อได้ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

- สายแรก กุมารพราย หมายถึงกุมารที่ผู้ศรัทธาเชื่อมโยง กับวิญญาณ หรือจิตวิญญาณ ซึ่งใกล้เคียงกับความเชื่อเรื่อง ลูกกรอก ที่จัดเป็นวัตถุอาถรรพ์อีกชนิดหนึ่ง
- สายต่อมา เป็น กุมารเทพ หรือกุมารสายบุญ หมายถึง เครื่องรางของขลัง หรือวัตถุมงคลรูปเด็กถูกสร้างขึ้นทำให้เกิดพุทธคุณ เทวคุณ ซึ่งเกิดจากพิธีปลุกเสกอีกด้วย
สำหรับการแบ่งประเภทของกุมารทองจะแตกต่างกันตามตำราโบราณ มวลสารของการจัดสร้าง รวมไปถึงวัดอีกด้วยครับ
ตำนานกำเนิดกุมารทองจากขุนแผนและนางบัวคลี่
คนส่วนใหญ่มักมีภาพจำเรื่องเครื่องรางชนิดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเรื่องราวการกำเนิดกุมารทองได้เกิดจากนางบัวคลี่ บุตรีหัวหน้าจอมโจรในจังหวัดกาญจนบุรีนั่นเองครับ

อ้างอิง: ประวัตินางบัวคลี่ จาก Wikipedia
นางบัวคลี่คือใคร
แต่เดิมนางบัวคลี่เป็นบุตรีของหัวหน้าจอมโจรในจังหวัดกาญจนบุรี กับนางสีจันทร์ บัวคลี่มีหน้าตาสะสวย ผิวพรรณผุดผาด
หากแต่โชคชะตานำพาให้นางมาพบกับขุนแผน ก่อให้เกิดปฐมบทแห่งตำนานกุมารทอง เครื่องรางของขลังทางไสยเวทย์ที่แรงกล้าอีกด้วยครับ
เหตุใดเรื่องของนางบัวคลี่จึงเชื่อมกับกุมารทอง
แม้ว่านางบัวคลี่จะมีความสัมพันธ์กับขุนแผนเชิงสามีภรรยา แต่นางอดระแวงในตัวขุนแผนไม่ได้จึงได้คิดวางยาพิษขุนแผน
แต่แล้วขุนแผนไหวตัวทัน ขุนแผนโกรธมากทำให้สังหารนางบัวคลี่ที่กำลังตั้งครรภ์ และได้ผ่าท้องนำศพเด็กมาทำพิธีกุมารทองนั่นเองครับ
กุมารทองในวรรณคดีกับกุมารทองที่บูชาในปัจจุบันเหมือนกันหรือไม่
สำหรับกุมารทองในวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน กับกุมารทองร่วมสมัย มีลักษณะแตกต่างกันอย่างมากเลยทีเดียวครับ ซึ่งจะแตกต่างในด้านของมวลสารศักดิ์สิทธิ์ หรือมวลสารอาถรรพ์อีกด้วยครับ
กุมารทองเป็นผีหรือเทพ มีภพภูมิเป็นอะไรตามคติพุทธ

ตามคติพระพุทธศาสนา ในพระไตรปิฎกไม่ได้ระบุไว้ว่า กุมารทอง จัดอยู่ในภพภูมิใด แต่หากแบ่งตามความเชื่อดังกล่าวของไทย คนโบราณเชื่อกันว่า เป็นวิญญาณเด็กที่ถูกปลุกเสก หรือเชิญมาให้คอยคุ้มครองบ้าน เช่นเดียวกับ การเลี้ยงผีปู่ตา ของชาวอีสาน อีกด้วยครับ
อ้างอิง: บทความเรื่องกุมารทอง จาก Kalyanamitra.org
มุมมองที่ว่ากุมารทองเป็นสัมภเวสี
ในขณะที่บทความในเว็บไซต์ของกัลยาณมิตรกลับเสนอความเห็นว่า กุมารทองเป็นกายสัมภเวสี และยังไม่ใช่กายมนุษย์ กายเทวดา หรือเปรต โดยผู้เสนอเป็นพระรูปหนึ่งนั่นเองครับ
แล้วกุมารเทพต่างจากกุมารพรายอย่างไร
ตามหลักแล้ว กุมารเทพ มีความแตกต่างอย่างมากกับ กุมารพราย ซึ่งในสายวัตถุมงคลจะอธิบายว่ากุมารพรายจะใช้ดวงวิญญาณเด็ก หรือใช้มวลสารอาถรรพ์ในการจัดสร้าง และแตกต่างกับกุมารเทพอันเป็นวัตถุมงคลสายบุญนั่นเองครับ
หลักพุทธที่นำมาใช้ได้โดยไม่ต้องยึดติดเรื่องภพภูมิ
ตามหลักพระพุทธศาสน์แล้ว แนะนำให้เน้นการทำบุญให้ ควรรักษาศีล 5 หรือศีล 8 เป็นประจำ แล้วแผ่เมตตา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับกุมารทอง
ทั้งยังต้องไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ เลี่ยงการทำร้ายผู้อื่น การแก้แค้น หรือใช้กุมารทองเพื่อบังคับจิตใจคนครับ
5 สัญญาณที่เชื่อว่ากุมารทองไปเกิดแล้ว
ตามความเชื่อโบราณ ผู้บูชาสามารถตีความจากความฝันว่ากุมารทองไปเกิดแล้ว

แต่ทว่านั่นอาจไม่ใช่สัญญาณเดียวแต่อาจเกิดได้อีกหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น การสัมผัสได้ว่าบ้านสงบขึ้น รวมไปถึงการสัมผัสกับวัตถุมงคลชนิดนี้ไม่ได้นั่นเองครับ
สัญญาณที่ 1 ฝันเห็นเด็กมาบอกลา หรือเดินจากไป
ผู้บูชาบางกลุ่มจะตีความฝันจากการเห็นกุมารทองมาบอกลา บางคนเปลี่ยนชุดให้น้อง หรือไปกับบุคคลอื่น ซึ่งเชื่อกันว่าการเดินออกไปจากบ้านเป็นการบอกลานั่นเองครับ
อย่างไรก็ตาม ความฝันอาจมีสาเหตุมาจากความทรงจำ ความกังวล หรือจิตใต้สำนึก เป็นต้นครับ
สัญญาณที่ 2 เหตุการณ์ที่เคยเชื่อว่าเป็นการแสดงตัวหยุดลง
ในบางคน อาจรู้สึกได้ถึงกลิ่นที่ผิดปกติ หรือสัมผัสได้ว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ นั่นเองครับ แต่แนะนำว่าให้ตรวจสอบก่อนว่ากลิ่นมาจากสัตว์เลี้ยง ลม ระบบไฟ และอาคาร หรือไม่ครับ
สัญญาณที่ 3 ไม่รู้สึกถึงการตอบรับหลังถวายของหรือบอกกล่าว
หลังถวายของไหว้แล้วอาจรู้สึกได้ถึงการไม่ตอบรับหลังถวาย เช่น ผู้บูชาบางคนอาจรู้สึกว่าบรรยากาศเงียบลงไปเป็นอย่างมาก บรรยากาศไม่เหมือนเดิมนั่นเองครับ
สัญญาณที่ 4 หลังทำบุญอุทิศให้แล้วเกิดความสงบต่อเนื่อง
ผู้บูชาบางคนอาจรู้สึกเบาใจ เลิกวิตกกังวลหลังทำบุญ และตั้งใจอุทิศส่วนกุศลผลบุญให้ หรือบางทีเราอาจจะไม่เกิดความฝันเกี่ยวกับตัวน้องอีกเลย
สัญญาณที่ 5 บอกกล่าวยุติการบูชาแล้วไม่มีเหตุรบกวนต่อเนื่อง
หากผู้บูชาได้ขอยุติ ยกเลิกการบูชาวัตถุมงคลชนิดนี้แล้ว ไม่มีเหตุมารบกวนหลังจากนี้ อาจไม่ได้ยินเสียง ภาพ หรือกลิ่นอีกนั่นเองครับ ผู้เขียนแนะนำว่า หากรู้สึกถูกรบกวนควรปรึกษาจิตแพทย์ครับ
ถ้ากุมารทองไปเกิดแล้ว หรือไม่ต้องการเลี้ยงต่อ ควรทำอย่างไร

ทำบุญและอุทิศส่วนกุศล
แนะนำให้ทำบุญตามกำลังทรัพย์ ได้แก่ การให้ทาน รักษาศีล หรือส่งเสริมการศึกษาเด็ก บริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาล แล้วจึงตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลโดยไม่จำเป็นต้องประกอบพิธีกรรมครับ
บอกกล่าวยุติการบูชาอย่างสุภาพ
แนะนำให้บอกกล่าวพูดคุยกับกุมารทองอย่างสุภาพ โดยมีใจความว่า ผู้บูชาขอยุติการดูแล ขอไม่ดูแลต่อไป ขอให้น้องได้รับบุญกุศลทั้งปวงของข้าพเจ้า และได้ไปในภพภูมิที่ดี
ทั้งนี้ ห้ามพูดเชิงท้าทาย ข่มขู่ หรือดุด่ากุมารทองครับ
คืนวัดหรือคืนสำนักเดิมอย่างไร
แนะนำให้ติดต่อกับวัด หรือสำนักที่บูชามา เพื่อสอบถามว่าสามารถนำกลับไปคืนได้ไหม หรือต้องมีวิธีการอย่างไรต่อครับ
ไม่ควรนำไปลอยน้ำหรือทิ้งในตามโคนต้นไม้
สำหรับร่างของน้องที่วาระหมดลงแล้ว แนะนำให้ฝังดินในบริเวณบ้านของตนเองเท่านั้น และต้องไม่นำไปลอยน้ำ หรือ วางไว้ตามโคนต้นไม้วัดต่างๆอีกด้วยครับ
จำเป็นต้องทำพิธีส่งวิญญาณหรือไม่
ในการเลี้ยงวัตถุมงคลชนิดนี้จำเป็นต้องทำพิธีส่งร่างของกุมารทองลงดิน เมื่อถึงวาระหน้าที่ของกุมารทองต้องหมดลงแล้ว แนะนำว่าสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำน้องไปฝังดินในบริเวณบ้าน
โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทำพิธีส่งน้องกุมารทองกลับ แต่ให้บอกกล่าวกับพระแม่ธรณีดินเพื่อนำส่งกุมารทองนั่นเองครับ
คาถาบูชากุมารทองและวิธีเลี้ยงที่ถูกต้อง
คาถาบูชากุมารทองมักมีหลายคาถา แตกต่างกันออกไปตามวัด ครูบาอาจารย์ รวมถึงสายการปลุกเสกอีกด้วยครับ ผู้บูชาควรใช้บทที่ได้รับจากแหล่งที่ได้รับมานั่นเองครับ
อ้างอิง: คาถาบูชากุมารทอง จาก Sanook Horoscope
คาถาบูชากุมารทองควรสวดอย่างไร

แนะนำว่าเริ่มต้นด้วย การตั้งนะโม ตัสสะ จำนวน 3 จบ แล้วจึงกล่าวคาถา ดังต่อไปนี้
นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ จะภะกะสะ จิเรนุ นะออแอ โมออแอ พุทออแอ ธาออแอ ยะออแอ มะอะอุ พุทธะสังมิ อิติกุมาโร ประสิทธิเม
แต่ผู้เขียนไม่สามารถการันตีได้ว่าการสวดบูชา จะเรียกทรัพย์ ช่วยให้ค้าขายดี หรือให้ผลลัพธ์ตามระยะเวลาที่กำหนดอีกด้วยครับ
วิธีเลี้ยงกุมารทองอย่างเหมาะสม
- ควรจัดพื้นที่ให้สะอาด ไม่วางปะปนกับของสกปรกครับ
- ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดหรือสำนักที่ได้รับมาครับ
- ควรถวายน้ำสะอาด อาหาร หรือขนมตามความเชื่ออย่างพอดี ไม่ให้มากไปจนเกินงาม
- ควรเปลี่ยนของถวายก่อนเน่าเสียหรือมีแมลง
- ควรบอกกล่าวด้วยถ้อยคำสุภาพ ไม่ข่มขู่หรือดุด่า
- หมั่นทำบุญและอุทิศส่วนกุศลมากกว่ามุ่งขอผลประโยชน์จากกุมารทองครับ
- ไม่ตั้งคำบนบานศาลกล่าวที่ไม่สามารถทำได้ หรือขอพรที่ผิดกฎหมาย
- รักษาความสะอาด และความปลอดภัยของเด็กกับสัตว์เลี้ยงในบ้านครับ
กุมารทองเรียกทรัพย์จริงไหม
ตามความเชื่อ ส่วนใหญ่ผู้บูชาเชื่อกันว่า วัตถุมงคลชนิดนี้ช่วยเรื่องค้าขาย เรียกลูกค้า เฝ้าทรัพย์สินเงินทอง ทั้งยังช่วยเตือนภัย แต่ทว่าความเชื่อเหล่านี้ยังไม่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์มารองรับครับ
อย่างไรก็ตามแนะนำว่าไม่ควรนำเงินที่จำเป็นต้องใช้ไปเช่าวัตถุมงคล หรือทำพิธีเกินกำลังทรัพย์อีกด้วยครับ
ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเลี้ยงกุมารทอง
ห้ามใช้สิ่งผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนมนุษย์
ไม่ควรซื้อของ หรือครอบครองวัตถุที่อ้างว่ามาจากศพ ทารก หรือชิ้นส่วนของมนุษย์ รวมถึงสิ่งที่ได้มาจากป่าช้าไม่ว่าจะเป็นกระดูกผี หรือตะปูตอกฝาโลงศพ เป็นต้น
ห้ามขอให้ทำร้ายหรือควบคุมผู้อื่น
ไม่ควรขอให้แก้แค้นทำให้คู่แข่งเสียหาย และไม่ควรบังคับให้ใครมารัก ขอเรื่องการขโมยทรัพย์สิน หรือช่วยหลบเลี่ยงกฎหมายอีกด้วยครับ
ห้ามปล่อยของถวายจนเน่าเสีย
ไม่ควรปล่อยของถวายให้เน่าเสีย ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ขนมไทย หรือขนมปัง เพราะอาจดึงดูดแมลง และเชื้อราเข้ามา แนะนำให้เปลี่ยนน้ำเป็นประจำนั่นเองครับ
ห้ามใช้ความกลัวควบคุมสมาชิกในบ้าน
ไม่ควรบอกคนในครอบครัวว่ากุมารทองจะลงโทษคนในบ้าน รวมถึงไม่ควรบังคับให้ทุกคนมีความเชื่อเหมือนกันนั่นเองครับ
ห้ามพึ่งกุมารทองแทนการแก้ปัญหาจริง
แนะนำว่าหากมีปัญหาเรื่องของสุขภาพ การเงิน ธุรกิจ หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านเหล่านี้แทน ไม่ควรประกอบพิธีกรรมทดแทนการรักษาอีกด้วยครับ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกุมารทอง
กุมารทองคืออะไร เกิดจากอะไร
กุมารทอง หมายถึง เครื่องรางของขลังที่พันผูกด้วยความเชื่อว่า มีวิญญาณเด็กสถิตอยู่ หรือเป็นวัตถุมงคลที่มีมวลสารพิเศษกว่าเครื่องรางของขลังอื่นๆอีกด้วยครับ
กุมารทองมีกี่ประเภท
ความเชื่อดั้งเดิม เชื่อกันว่า เครื่องรางชนิดนี้ มี 2 ประเภท แต่บางสำนักมี 3 ประเภท ซึ่งได้แก่ กุมารทองเทพ กุมารทองพราย และ กุมารทองกึ่งเทพกึ่งพราย โดยแต่ละประเภทจะมีลักษณะและมวลสารแตกต่างกันออกไปอีกด้วยครับ
กุมารทองมีจริงไหม
ตามความเชื่อของคนไทยในอดีต กุมารทองเป็นหนึ่งในเครื่องรางที่มีบทบาทอยู่ในเรื่องเล่าและความเชื่อด้านไสยศาสตร์ โดยผู้ศรัทธาบางกลุ่มเชื่อว่ากุมารทองมีอยู่จริง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันการมีอยู่ของวิญญาณดังกล่าวได้ นั่นเองครับ
กุมารทองเป็นผีหรือเทพ
อันที่จริงแล้ววัตถุมงคลชนิดนี้ มี 2 ประเภทดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นครับ
ซึ่งบางสายบอกว่าเป็นวัตถุมงคลสายบุญ สายนี้จะเป็นดวงจิตของเทวดามาจุติ หรือบางสายอาจมาจากมวลสารอาถรรพ์ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นดวงจิตของทารกที่ตายนั่นเองครับ
กุมารทองมีพุทธคุณอะไรบ้าง
ตามความเชื่อแต่โบราณ เชื่อกันว่า กุมารทองจัดเป็นเครื่องรางของขลังที่มีพลังของการปกปักรักษา คุ้มครอง เฝ้าเหย้าเฝ้าเรือน เด่นในด้านการเตือนภัย
หากทว่ากุมารทองบางสายจะเน้นเรื่องการทำมาค้าขาย รวมถึงกวักทรัพย์เข้าบ้านของผู้ศรัทธาได้อีกด้วยครับ
กุมารทองไปเกิดแล้ว รู้ได้อย่างไร
ในบางกรณีหากน้องไปเกิด หรือกำลังจะเคลื่อนสู่อีกภพภูมิหนึ่ง ผู้บูชาอาจต้องอาศัยความฝัน โดยอาจฝันว่ากุมารทองหล่นแตก หรือมาบอกกล่าวว่าจะไม่อยู่แล้วก็ได้เช่นเดียวกันครับ กระนั้นล้วนแล้วแต่เป็นการตีความเฉพาะแต่ละบุคคลนั่นเองครับ
ถ้าไม่อยากเลี้ยงกุมารทองต่อ ควรทำอย่างไร
กรณีไม่อยากเลี้ยงต่อแล้ว แนะนำให้บอกกล่าวน้อง หรือกุมารทองอย่างสุภาพ ควรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กุมารทอง นอกจากนี้หากเป็นวัตถุมงคลที่วัด อาจต้องขอคำแนะนำจากผู้ดูแลวัดก่อนนำไปคืน ทั้งนี้ไม่ควรนำไปทิ้งวัด ลอยน้ำ หรือ ทิ้งร้างไว้ตามโคนต้นไม้
สรุป กุมารทองไปเกิดแล้วหรือไม่ ไม่มีใครยืนยันได้ แต่ยุติการบูชาอย่างสงบได้
ดังที่กล่าวข้างต้นไป สามารถสรุปได้ว่า กุมารทองมีความเชื่อหยั่งรากลึกผูกพันกับคนไทยมาตั้งแต่เรื่องเล่า วรรณคดีละครนอกขุนช้างขุนแผน รวมไปถึงการประกอบพิธีกรรมจัดสร้างโดยจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสำนักอีกด้วยครับ
หัวใจหลักสำคัญนั้นเป็น 5 สัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการฝันว่ากุมารทองมาบอกลา รวมไปถึงผู้บูชาสัมผัสไม่ได้ถึงการตอบรับของน้อง อีกต่อไปนั่นเองครับ แต่ทว่าสัญญาณทั้ง 5 อาจไม่ใช่เครื่องยืนยันว่ากุมารทองที่เลี้ยงไว้ไปเกิดแล้วก็ได้เช่นกันครับ
อย่างไรก็ตาม ในการเลี้ยงดูวัตถุมงคลชนิดนี้ หัวใจสำคัญคือการปฏิบัติต่อกันอย่างไม่เบียดเบียนกัน และต้องไม่งมงายเกินกำลังทรัพย์สิน ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ และต้องมีความรับผิดชอบ นั่นเองครับ







