วันฉัตรมงคล ความหมาย ในวันนี้เป็นอย่างไร

โดย Admin-Dream

อัพเดทล่าสุด:

วันฉัตรมงคล

บ่อยครั้งที่ในปฏิทินของเรามักจะมองเห็นว่าวันฉัตรมงคลเป็นวันหยุดประจำชาติของไทย แต่ทว่าน้อยคนที่จะรู้จักที่มาทีไปของวันฉัตรมงคล บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักวันฉัตรมงคลกัน รวมถึงสิ่งที่ต้องรู้ในวันฉัตรมงคลมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ภาพวาดเกี่ยวกับวันฉัตรมงคลในประเทศไทย มีพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานครประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมกำลังแสดงความเคารพและเฉลิมฉลองอย่างสง่างาม ภาพนี้แสดงถึงความยิ่งใหญ่และวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทย

วันฉัตรมงคล คือวันอะไร

ภาพวาดแนวนอนเกี่ยวกับวันฉัตรมงคลในประเทศไทย มีพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานครประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมกำลังแสดงความเคารพและเฉลิมฉลอง ภาพนี้สะท้อนถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บรรยากาศที่แสดงออกมามีความเป็นเทศกาลและเคารพในเวลาเดียวกัน

ตามพจนานุกรมได้ระบุว่า วันฉัตรมงคล เป็นวันเฉลิมฉลองพระเศวตฉัตร โดยในวันฉัตรมงคลนี้จะเป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งวันฉัตรมงคลนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 5 พฤษภาคม นั่นก็เพราะว่าในรัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคลทุกปีนั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนี้เองพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงได้ประกาศให้มีพระราชพิธีฉัตรมงคลเกิดขึ้นภายในวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม ปีพ.ศ. 2562 อีกด้วย

มีความสำคัญอย่างไร กับบ้านเมือง

ภาพวาดแนวนอนแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่ใช้ในพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระบรมมหาราชวัง มีพระบรมมหาราชวังประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ในภาพมีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้า ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลองพระบาทเชิงงอน มีคำบรรยายสั้น ๆ เป็นภาษาไทย แต่ละรายการอยู่ในเบื้องหน้า ผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมอยู่ในภาพเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของพิธี

พิธีบรมราชาภิเษกเป็นหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญที่ รัชกาลที่ 9 อย่างพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เถลิงถวัลย์เสวยราชสมบัติ หรือเรียกกันว่าทรงได้ครองราชย์สมบัติต่อจากรัชกาลพระองค์ก่อนนั่นเองค่ะ ทางราชการจึงถือว่าวันฉัตรมงคลนี้เป็นวันหยุดตามประเพณีไทยอีกด้วย

เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่หรือไม่ อย่างไร

ภาพวาดแนวนอนแสดงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้เป็นผู้ปกครองกรุงสุโขทัย ฉากต่อมาคือสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในพระนครเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์พระมหากษัตริย์ พระบรมมหาราชวังประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ในเบื้องหน้ามีพิธีแรกนาขวัญที่มีพระโคศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรม

ตามหลักศิลาจารึกในสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ปรากฏพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น เมื่อครั้นตอนที่พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวให้กลายเป็นผู้ปกครองกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอโยธยาได้ปรากฎหลักฐานพระราชพงศาวดารว่า เมื่อครั้นใดก็ตามที่ได้มีการเปลี่ยนองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งพระนครจะจัดให้พิธีเฉลิมฉลองอย่างใหญ่โต ซึ่งได้จัดสืบทอดต่อกันมาจวบจนถึงปัจจุบันและตำนานพระโคแรกนาขวัญก็จะเป็นพิธีกรรมในพระราชวังหลวงคล้ายๆ กันค่ะ

สิ่งที่ต้องรู้ในพิธีกรรม วันฉัตรมงคล

ภาพวาดแนวนอนแสดงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่ใช้ในพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระบรมมหาราชวัง มีพระบรมมหาราชวังประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ในเบื้องหน้ามีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้า ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลองพระบาทเชิงงอน มีคำบรรยายสั้น ๆ เป็นภาษาไทย ผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมอยู่ในภาพเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของพิธี

ในพระราชพิธีฉัตรมงคลจะต้องมีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งหากมีพระราชพิธีฉัตรมงคลเกิดขึ้นเมื่อใด จะต้องมีเจ้าพนักงานอัญเชิญ ‘เครื่องสิริเบญจราชกกุธภัณฑ์’ มาในพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้งด้วย โดยเครื่องราชเบญจราชกกุธภัณฑ์มีดังต่อไปนี้

  • พระมหาพิชัยมงกุฎ เปรียบเสมือนสัญญะแห่งชัยชนะในการปราบดาภิเษกพระมหากษัตริย์
  • พระแสงขรรค์ชัยศรี เปรียบเสมือนสัญญะอาญาสิทธิ์ในการปกครองแผ่นดิน และเป็นตัวแทนแห่งปัญญาที่แหลมคมอีกด้วย
  • ธารพระกรที่ทำจากไม้มงคลอย่างชัยพฤกษ์ เปรียบเสมือนชัยชนะ
  • วาลวิชนี หนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามคติของอินเดีย มีลักษณะเป็นพัดใบตาลปิดทองและแส้ขนของจามรี
  • ฉลองพระบาทเชิงงอน เปรียบเสมือนพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ โดยเป็นรองพระบาทที่พระมหาราชครูพราหมณ์จะสวมถวายทีละข้างอีกด้วย

พิธีกรรมที่สำคัญ

1.     การเตรียมงานพระราชพิธีฉัตรมงคล

ภาพวาดแนวนอนแสดงการเตรียมงานพระราชพิธีฉัตรมงคล มีฉากเป็นพระบรมมหาราชวังประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ในเบื้องหน้าแสดงการเก็บน้ำจากแม่น้ำทั้ง 18 แห่งของไทย รวมถึงน้ำปัญจมหานทีจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ ยมนา อิรวดี มหิ สรภู และคงคา ผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมกำลังเตรียมและประกอบพิธีต่างๆ เน้นความสำคัญทางวัฒนธรรมและความเคร่งขรึมของงาน

ในการตระเตรียมงานพระราชพิธีฉัตรมงคลนั้น จะเริ่มจากการเตรียมน้ำที่ใช้สำหรับถวายอภิเษก และสรงมุรธาภิเษก โดยใช้น้ำจากแม่น้ำทั้ง 18 แห่งของไทยเลยทีเดียว แต่ตามโบราณราชประเพณีดั้งเดิมได้กำหนดให้ใช้น้ำปัญจมหานทีจากแม่น้ำ 5 สาย อาทิ ยมนา อิรวดี มหิ สรภู และคงคาอีกด้วย

2.     พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

ภาพวาดแนวนอนแสดงการเตรียมงานพระราชพิธีฉัตรมงคล มีฉากเป็นพระบรมมหาราชวังประดับด้วยเครื่องประดับทองและธงชาติไทย ในเบื้องหน้าผู้คนในชุดไทยดั้งเดิมกำลังเตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับพิธีสรงมุรธาภิเษก โดยเก็บน้ำจากแม่น้ำทั้ง 18 แห่งของไทย รวมถึงน้ำปัญจมหานทีจากแม่น้ำ ยมนา อิรวดี มหิ สรภู และคงคา บรรยากาศมีความเคร่งขรึมและมีความสำคัญทางวัฒนธรรม

ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการถวายคำพระพรชัยมงคลให้กับพระมหากษัตริย์ที่ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ จากนั้นพระมหากษัตริย์จะรับน้ำอภิเษกขึ้นพระที่นั่งภัทรบิฐพระราชอาสน์องค์ใหม่ และจึงเริ่มพิธีพราหมณ์ในการร่ายเวทย์ หลังจากนั้นจึงเริ่มลงพระปรมาภิไธย ถวายเครื่องเงบญจสิริราชกกุธภัณฑ์นั่นเองค่ะ

บทสรุป

เรียกได้ว่าวันฉัตรมงคลมีความสลักสำคัญอย่างมากเลยทีเดียวกับบ้านเมืองในไทยของเรา เพราะเปรียบประดุจวันคล้ายวันพิธีบรมราชาภิเษกที่พระมหากษัตริย์ได้รับการราชาภิเษกขึ้นครองราชย์สมบัติ ซึ่งการถวายเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์เปรียบเสมือน เครื่องหมายอันแสดงสัญญะความเป็นพระมหากษัตริย์อีกด้วยค่ะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า